1. ฤดูหนาวเป็นช่วงที่ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดเข้ามาสู่ไทย ระยะเวลาประมาณ สี่เดือน อากาศโดยทั่วไปค่อนข้างเย็น ยกเว้นทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งเป็นที่สูง จะมีอากาศหนาวกว่าภาคอื่นๆ ช่วงเดือน พฤศจิกายน-กุมภาพันธ์2.ฤดูร้อน
เป็นช่วงที่ลมมรสุมกระแสลมทะเลจีนใต้พัดเข้ามา สู่ประเทศไทยจากทางทิศใต้และทิศตะวันออกเฉียงใต้ ระยะเวลาประมาณ สามเดือน ในระยะนี้ดวงอาทิตย์ได้โคจรส่องแสงมาตั้งฉากกับประเทศพอดี ทำให้อากาศร้อนอบอ้าว โดยเฉพาะเดือนเมษายนจะอุณหภูมิสูงสุดของปี ช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม3.ฤดูฝนเป็นช่วงที่ลมมรสุมตะวันตกพัดเข้ามาสู่ประเทศไทย ระยะเวลาประมาณ 5 เดือนอากาศโดยทั่วไปจะชุ่มชื้น และมีฝนตกกระจายทั่วประเทศ โดยฝนตกชุกในเดือนสิงหาคม-กันยายน
หน้าฝนจะอยุ่ในช่วงเดือน มิถุนายนถึงตุลาคม
สัญญาณหรือสาเหตุที่ทำให้อากาศเปลี่ยนแปลง1.กระแสลมและฝนกระแสลม คือ การเคลื่อนที่ของมวลอากาศที่อยู่ล้อมรอบตัวเรา เพราะในบริเวณต่างๆมีความกดอากาศไม่เท่ากัน กล่าวคือถ้าบริเวณใดได้รับความร้อนจากดวงอาทิตย์มาก อากาศบริเวณนั้นก็จะร้อนมีความกดอากาศต่ำและขยายตัวลอยสูงขึ้น อากาศจากบริเวณอื่นซึ่งมีความกดอากาศสูงกว่าและมีอุณหภูมิต่ำกว่าก็เคลื่อนเข้ามาแทนที่ เราจึงเรียกอากาศที่เคลื่อนที่นี้เรียกว่ากระแสลมฝน เกิดจากการเคลื่อนที่ของลมจากที่ที่มีความกดอากาศต่ำกว่าและถ้ากระแสลมเคลื่อนที่ผ่านทะเลหรือมหาสุมทร ก็จะหอบเอาความชื้นและละอองน้ำไปเมื่อมากระทบกับความเย็นก็จะกลั่นตัวเป็นหยดน้ำ ตกลงมาเป็นฝน
2.ความกดอากาศ
เนื่องจาก พื้นโลกแต่ละแห่งมีค่าความกดอากาศไม่เท่ากัน รวมทั้งความกดอากาศก็จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอกเวลาขึ้นอยู่กับอุณหภูมิ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงของความกดอากาศนี้ จะส่งผลต่อสภาพอากาศ ทำให้อากาศมักจะแปรปรวนในบริเวณที่กดอากาศต่ำ เช่น เกิดลมพายุ มีฝนตกหนัก และอากาศค่อนข้างเย็นบริเวณที่มีความกดอากาศสูง เช่น ท้องฟ้าแจ่มใส ไม่มีเมฆฝน ส่วนเครื่องมือที่ใช้วัดความกดอากาศ เรียกว่า บารอมิเตอร์ และบารอกราฟ
3)อุณหภูมิคือ ระดับความหนาว ซึ่งจะมีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของอากาศ เช่นกลางวัน อุณหภูมิ จะสูงกว่าเวลากลางคืน เพราะได้รับความร้อนจากดวงอาทิตย์ ทำให้กลางวันมีอากาศร้อน นอกจากนี้อุณหภูมิเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดสิ่งต่างๆ ได้แก่ ลม พายุ หมอก น้ำค้าง เมฆ4) ความชื้น ความชื้น คือ ปริมาณไอน้ำในอากาศ หรือความสามารถของอากาศที่จะรับไอน้ำเอาไว้ได้ ซึ่งความชื้นนี้จะเปลี่ยนไปตามวัน เวลา และสถานที่ความชื่นในอากาศ มีความสัมพันธ์กับการดำเนินชีวิตของเรา เช่น วันที่อากาศชื้น เราจะรู้สึกเหนียวตัวและอึดอัด เพราะมีอากาศมีความชื้นมากทำให้รับปริมาณไอน้ำได้น้อย เหงื่อของเราก็ระเหยได้น้อย แต่ถ้าวันที่อากาศแห้ง เราจะรู้สึกเย็นจนบางครั้งทำให้ผิวหนังแห้งและแตกเนื่องจากเหงื่อของเราระเหยได้มาก เครื่องวัดความชื้นในอากาศ เรียกว่า ไฮกรอมิเตอร์(Hygrometer) ที่นิยมใช้คือแบบกระเปาะเปียก-กระเปาะแห้ง
ลมต่างๆที่เกิดขึ้นในประเทศไทยลม คือ มวลอากาศที่เคลื่อนที่ โดยมวลอากาศนี้จะเคลื่อนที่จากบริเวณที่มีอุณหภูมิต่ำไปสู่บริเวณที่มีอุณหภูมิสูงเสมอ
ประเภทของลมมี 3 ประเภท คือ1. ลมประจำเวลา
ลมบก เกิดเวลากลางคืน ลักษณะการเกิด เป็นลมที่พัดจากฝั่งสู่ทะเล เนื่องจากพื้นดินคลายความร้อนได้เร็วกว่าน้ำ ทำให้อุณหภูมิของอากาศเหนือผิวน้ำสูงกว่าพื้นดิน มวลอากศจึงเคลื่อนจากฝั่งสู่ทะเลลมทะเล เกิดในเวลากลางวัน ลักษณะการเกิด เป็นลมที่พัดจากทะเลสู่ฝั่ง เนื่องจากพื้นดินรับความร้อนจากดวงอาทิตย์ได้เร็วกว่าน้ำทำให้อุณหภูมิของอากาศเกหนือพื้นดินสูงกว่าพื้นน้ำมวลอากาศเย็นจากทะเลจึงเคลื่อนเข้าสู่ฝั่ง2.ลมประจำฤดู ลมมรสุม ตะวันตกเฉียงใต้ หรือลมมรสุมฤดูร้อน พัดจากมหาสุมทรอินเดียขึ้นสู่ทวีปเอเชีย โดยพัดผ่านประเทศไทยช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนกันยายน ซึ่งขณะที่ลมมรสุมนี้พัดผ่านมหาสมุทรอินเดีย ก็นำไอน้ำหรือความชื้นจากบริเวณนั้นมาสู่บริเวณที่พัดผ่าน ทำให้มีฝนตกลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ หรือลมมรสุมฤดูหนาวพัดจากประเทศจีนลงมาจนถึงบริเวณอ่าวไทยตอนใต้ โดยจะพัดในราวเดือนตุลาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งบริเวณประเทศจีนจะมีอากาศเย็นมากทำให้ลมมรสุมนี้พัดเอาอากาศเย็นมาด้วย เมื่อพัดผ่านบริเวณใดบริเวณนั้นจะมีอากาศหนาวเย็นมาก3.ลมประจำถิ่นลมตะเภา เป็นลมที่พัดในช่วงเดือนมีนาคมถึงเดือนเมษายน เนื่องจากอุณหภูมิของอากาศบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือค่อนข้างสูงทำให้เกิดหย่อมความกดอากาศต่ำส่วนบริเวณอ่าวไทยอากาศจะเย็นกว่า มีลักษณะเป็นหย่อมความกดอากาศสูง จึงทำให้มวลอากาศเคลื่อนที่จากอ่าวไทยเข้าสู่ดิน ถึงแม้ลมที่พัดมานี้จะมีความแรงไม่มาก แต่ก็ช่วยบรรเทาความร้อนในอากาศในช่วงฤดูร้อนไปได้บ้าง ในสมัยก่อนพ่อค้าเรือสำเภาได้อาศัยลมตะเภาแล่นใบพาเรือมาเข้าสู่ปากอ่าวไทยได้สะดวก จึงขนามนามเรียกนี้ว่า ลมตะเภา
ลมว่าว เป็นลมที่พัดลงมาตามแม่น้ำเจ้าพระยาในช่วงเดือนกันยายนจนถึงเดือนพฤศจิกายน เนื่องจากการเกิดหย่อมความกดอากาศต่ำชั่วคราวขึ้นในแถบอ่าวไทย ทำให้มวลอากาศจากพื้นดินเคลื่อนออกสู่ทะเล ลมว่าว ถือเป็นลมเย็นเวลาที่พัดผ่านมาจึงทำให้อุณภูมิของอากาศต่ำลง ลมว่าว จะพัดในช่วงที่ข้าวเบา กำลังออกรวงจึงเรียกลมนี้อีกอย่างว่า ลมข้าวเบา
วันเสาร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2553
แครชประกาศแยกวง
วงแคลช (Clash)
วงแคลช (Clash)
ทำเอาบรรดาแฟนคลับช็อคไปตาม ๆ กัน หลัง 5 หนุ่มวงแคลช (Clash) ประกาศปิดตำนานร็อค ยุติการทำงานเพลงเอาไว้แค่ชุดที่ 7 ''Nine Miss U 2'' สำหรับเหตุผลในการประกาศแยกวงครั้งนี้ เนื่องมาจากสมาชิกในวงต่างมีมุมมอง และทิศทางการทำงานที่ต่างกัน จึงขอแยกกันทำตามแนวเพลงที่ตนเองถนัด พร้อมยืนยันสมาชิกในวงไม่มีปัญหาในการทะเลาะกันแต่อย่างใด และวงแคลชได้เตรียมเปิดคอนเสิร์ตใหญ่เพื่อเป็นการอำลาแฟนคลับในวันที่ 30 ตุลาคมนี้อีกด้วย
ก่อนหน้านี้ 5 หนุ่มวงแคลช รวมตัวกันครั้งแรก พ.ศ. 2541 ในชื่อวง ลูซิเฟอร์ (Lucifer) เพื่อเข้าประกวด Hot Wave Music Awards ครั้งที่ 2 และ 3 ตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมที่โรงเรียนราชวินิต บางแก้ว และคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ในการประกวด Hot Wave Music Awards ครั้งที่ 3 หลังจากนั้น พวกเขาก็ได้เดินทางอยู่บนถนนสายดนตรีมาหลายปี มีผลงานเพลงที่ได้รับความนิยมและได้รับรางวัลต่าง ๆ มากมาย
วงแคลช (Clash)
ส่วนอัลบั้มพิเศษอื่น ๆ ของวงแคลช ได้แก่ อัลบั้ม Soundcream, เพลงประกอบภาพยนตร์พันธุ์ x เด็กสุดขั้ว, Crazy Clash, Double Rock Double Hits :Clash + AB Normal, Smooth Clash, Very Clash, FAN, Clash Army : ชีวิต มิตรภาพ ความรัก, ROCKVOLUTION ส่วนโปรเจกต์พิเศษ ได้แก่ Little Rock Project, PACK 4, Play
นอกจากนี้ วงแคลช ยังมีซิงเกิลพิเศษ อาทิ เพลงหนึ่งมิตรชิดใกล้ เพลงประกอบภาพยนตร์ บิวตี้ฟูล บ็อกเซอร์, เพลง Automatic Leader เพลงประกอบโฆษณารถจักรยานยนต์, เพลงขอเจอสักที (เซียนหรือเกรียน) เพลงประกอบโครงการรณรงค์ ไนกี้, เพลงซากคน และเพลงสักวันฉันจะไปหาเธอ เพลงพิเศษใช้เล่นประกอบละครในคอนเสิร์ต Clash Army Rock Concert และถูกรวมไว้ในอัลบั้ม FAN, เพลง GO! เพลงประกอบการแข่ง Thailand High School Football National Championship 2007, เพลงขวานไทยใจหนึ่งเดียว และเพลงขอความสุขกลับคืนมา เป็นต้น
วันพุธที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2553
วันอังคารที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2553
วันเสาร์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2553
นิทานเรื่องเทวดากับหนอน
หนอนหลายตัว ได้ยินคำพูดเหล่านั้น! หนอนบางตัว ได้คิดว่า แท้จริง ความพอใจในรสนิยม ของพวกเรา กับของเทพยดาทั้งหลาย ก็มีได้เท่ากัน และในลักษณะ ทำนองเดียวกัน ทั้งนี้ มันแล้วแต่ ลักษณะของอายตนะ เครื่องรับและเสวยอารมณ์นั้นต่างหาก เราไม่เชื่อท่านสมภาร! หนอนบางตัว ได้พยายามลืมตาขึ้นดู ก็เห็นว่า มันออกจะสกปรก มากมายจริง แต่ทนลืมตาอยู่ไม่ไหว ต้องกลับหลับไปตามเดิม โดยเร็ว เพราะมันได้เห็น สิ่งอื่น ที่สกปรกกว่า อาหารบ้านเรือนของมันเอง จนทนลืมตาอยู่ไม่ไหว!
มันบอกพวกพ้องของมันว่า ชั่วที่ลืมตาขึ้นแวบเดียว ก็ได้เห็น เทพยดา มนุษย์ทั้งหลาย มีจิตจมอยู่ใน ความมืดมน ถือตัว ถือตน นานาประการ การกระทำทางกายวาจา ก็จมอยู่ในกรรมโสมม เลวทราม เนื้อตัวทั้งสิ้น จมอยู่ในกามารมณ์ กำลังทำสิ่งต่างๆ ด้วยความหลงใหล ในลาภยศ อำนาจวาสนา พวกพ้องบริวาร อันเป็นทางให้ได้มาซึ่งความมัวเมา ในความสุข ทางเนื้อหนัง ของตน อย่างไม่รู้จักอิ่มจักพอ อีกต่อหนึ่ง ถึงกับต้องอิจฉา ริษยารบราฆ่าฟันกัน ทั้งทางตรงและทางอ้อม อย่างป่าเถื่อน ทารุณ ชนิดที่ไม่เคยมี ในสมัยที่ยังไม่เกิด ส้วมชักโครก แผนปัจจุบันนั้นเลย ศีลธรรมของเขาคือ การกอบโกย ความสุข ทางเนื้อหนัง ใส่ตนอย่างเดียว แล้วเรียกชื่อกันเอาเอง อย่างไพเราะว่า มนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ ของฉัน
พูดกันดังนั้นแล้ว มันก็ชักชวน กันให้หลับตา ให้ยิ่งขึ้นกว่าเดิม เพื่ออย่าให้เสียเปรียบ หรือ ล้าหลัง พวกเทพยดา มนุษย์ทั้งปวง หรือ อย่างน้อยที่สุด ก็ให้พอเคียงคู่กันไป
นิทานเรื่องสั้นสอนใจ นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า: ผู้ที่พอใจในกามารมณ์ ชื่อเสียงยศศักดิ์ อำนาจวาสนา พวกพ้องบริวาร ทั้งหลายนั้น ขออย่าได้หาญ พยายามลืมตา เป็นอันขาด จะเป็นฝ่ายเสียเปรียบหนอน หรือ ลืมขึ้นมา ก็จะต้องรีบกลับ หลับตา ลงไปใหม่ เหมือนหนอน เหล่านั้นอยู่เอง ซึ่งทำให้เกิด เป็นปัญหา ขึ้นว่า ใครเล่าจะเป็น ฝ่ายชนะ? หรือว่าใครเล่า น่าสมเพช กว่าใคร ในระหว่างพวก เทพยดา ใน ฉกามาวจรสวรรค์ และ หนอนใน ส้วมแผนโบราณ เหล่านั้น?
มันบอกพวกพ้องของมันว่า ชั่วที่ลืมตาขึ้นแวบเดียว ก็ได้เห็น เทพยดา มนุษย์ทั้งหลาย มีจิตจมอยู่ใน ความมืดมน ถือตัว ถือตน นานาประการ การกระทำทางกายวาจา ก็จมอยู่ในกรรมโสมม เลวทราม เนื้อตัวทั้งสิ้น จมอยู่ในกามารมณ์ กำลังทำสิ่งต่างๆ ด้วยความหลงใหล ในลาภยศ อำนาจวาสนา พวกพ้องบริวาร อันเป็นทางให้ได้มาซึ่งความมัวเมา ในความสุข ทางเนื้อหนัง ของตน อย่างไม่รู้จักอิ่มจักพอ อีกต่อหนึ่ง ถึงกับต้องอิจฉา ริษยารบราฆ่าฟันกัน ทั้งทางตรงและทางอ้อม อย่างป่าเถื่อน ทารุณ ชนิดที่ไม่เคยมี ในสมัยที่ยังไม่เกิด ส้วมชักโครก แผนปัจจุบันนั้นเลย ศีลธรรมของเขาคือ การกอบโกย ความสุข ทางเนื้อหนัง ใส่ตนอย่างเดียว แล้วเรียกชื่อกันเอาเอง อย่างไพเราะว่า มนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ ของฉัน
พูดกันดังนั้นแล้ว มันก็ชักชวน กันให้หลับตา ให้ยิ่งขึ้นกว่าเดิม เพื่ออย่าให้เสียเปรียบ หรือ ล้าหลัง พวกเทพยดา มนุษย์ทั้งปวง หรือ อย่างน้อยที่สุด ก็ให้พอเคียงคู่กันไป
นิทานเรื่องสั้นสอนใจ นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า: ผู้ที่พอใจในกามารมณ์ ชื่อเสียงยศศักดิ์ อำนาจวาสนา พวกพ้องบริวาร ทั้งหลายนั้น ขออย่าได้หาญ พยายามลืมตา เป็นอันขาด จะเป็นฝ่ายเสียเปรียบหนอน หรือ ลืมขึ้นมา ก็จะต้องรีบกลับ หลับตา ลงไปใหม่ เหมือนหนอน เหล่านั้นอยู่เอง ซึ่งทำให้เกิด เป็นปัญหา ขึ้นว่า ใครเล่าจะเป็น ฝ่ายชนะ? หรือว่าใครเล่า น่าสมเพช กว่าใคร ในระหว่างพวก เทพยดา ใน ฉกามาวจรสวรรค์ และ หนอนใน ส้วมแผนโบราณ เหล่านั้น?
สถานที่ท่องเที่ยวของไทย
ไม่มีใครปฏิเสธคุณค่าและความสวยงามของสารพันแหล่งท่องเที่ยวที่มีอยู่อย่างหลากหลายในเมืองไทย ตั้งแต่แหล่งท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม เช่น พิพิธภัณฑ์ อนุสาวรีย์ ศูนย์ศิลปะ ฯลฯ ที่บ่งบอกถึงความเป็นชาติที่สร้างสมวัฒนธรรมอันดีงามมายาวนาน แหล่งท่องเที่ยวเชิงศาสนา เช่น วัดวาอาราม มัสยิด โบสถ์คริสต์ สะท้อนถึงศรัทธาในศาสนา ซึ่งแม้จะแตกต่าง แต่คนไทยก็อยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืน
สำหรับแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาตินั้น นับเป็นทรัพยากรล้ำค่าเลยทีเดียว เพราะหาดทราย ชายทะเล เกาะแก่ง โถงถ้ำ น้ำตก ขุนเขา และผืนป่า รวมถึงสรรพชีวิตนานา คือภาพรวมที่ฉายชัดให้เห็นว่า เมืองไทยนั้นอุดมสมบูรณ์เพียงใด
ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีแหล่งท่องเที่ยวอันเนื่องมาจากโครงการในพระราชดำริที่กระจายอยู่ทั่วเมืองไทย แสดงให้เห็นถึงน้ำพระราชหฤทัยของพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ในการโอบอุ้มดูแลพสกนิกรและพื้นที่ให้อยู่เย็นเป็นสุข
และอีกหลากหลายแหล่งท่องเที่ยวที่น่าไปเยือน ทั้งแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ย่านจับจ่ายสินค้า ฯลฯ เหล่านี้ล้วนเป็นของดีในเมืองไทย ที่สะกดหัวใจของนักท่องเที่ยวมาเนิ่นนาน
สำหรับแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาตินั้น นับเป็นทรัพยากรล้ำค่าเลยทีเดียว เพราะหาดทราย ชายทะเล เกาะแก่ง โถงถ้ำ น้ำตก ขุนเขา และผืนป่า รวมถึงสรรพชีวิตนานา คือภาพรวมที่ฉายชัดให้เห็นว่า เมืองไทยนั้นอุดมสมบูรณ์เพียงใด
ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีแหล่งท่องเที่ยวอันเนื่องมาจากโครงการในพระราชดำริที่กระจายอยู่ทั่วเมืองไทย แสดงให้เห็นถึงน้ำพระราชหฤทัยของพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ในการโอบอุ้มดูแลพสกนิกรและพื้นที่ให้อยู่เย็นเป็นสุข
และอีกหลากหลายแหล่งท่องเที่ยวที่น่าไปเยือน ทั้งแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ย่านจับจ่ายสินค้า ฯลฯ เหล่านี้ล้วนเป็นของดีในเมืองไทย ที่สะกดหัวใจของนักท่องเที่ยวมาเนิ่นนาน
วันศุกร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2553
กิจกรรมการท่องเที่ยวของไทย
กิจกรรมท่องเที่ยวในประเทศไทยมีหลากหลายรูปแบบ คุณสามารถเลือกทำได้ตามความถนัดและความสนใจ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมบนบก กิจกรรมทางน้ำ กิจกรรมทางอากาศ หรือแม้แต่การดำดิ่งลงสู่ใต้ท้องทะเล
หากคุณเป็นคนชอบเล่นกีฬา มีกิจกรรมมากมายให้เลือก เช่น กอล์ฟ ซึ่งในเมืองไทยมีสนามกอล์ฟระดับโลกที่จัดการแข่งขันระดับนานาชาติรอพิสูจน์ ผีมือของคุณ
กิจกรรมผจญภัย เป็นอีกกิจกรรมที่ได้รับความนิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่ผู้รักความท้าทาย ต้องการความแปลกใหม่ และทดสอบแรงใจของตนเอง ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้จำเป็นต้องมีผู้ทักษะความรู้ในกิจกรรมนั้นๆ ดูแลและแนะนำในเบื้องต้น เช่น การปีนหน้าผาและการโรยตัวจากหน้าผาสูง การกระโดดร่มดิ่งพสุธา การยิงปืนบีบีกัน การดำน้ำลึก ฯลฯ
หากไม่ถนัดกับกิจกรรมผจญภัย คุณก็สามารถเลือกกิจกรรมที่ใช้ทักษะน้อยลงและปลอดภัยกว่า อย่างการพายเรือคายัค ซึ่งมีพื้นที่ให้เลือกไปท่องเที่ยวหลายแห่ง เช่น พายคายัคชมป่าชายเลนบ้านสลักคอก เกาะช้าง จังหวัดตราด หรือจะลองขับขี่รถ ATV ไปตามเส้นทางธรรมชาติ เช่น ที่อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ก็น่าสนุกไม่น้อย
แต่ถ้าคุณเป็นคนรักสุขภาพกาย สุขภาพใจ และรักสวยรักงาม กิจกรรมที่ไม่ควรพลาดคือการทำสปา ขัดผิว แล้วต่อด้วยคอร์สโยคะ จากนั้นไปเรียนทำเครื่องดื่มและปรุงอาหารไทยจากสมุนไพรเพื่อสุขภาพ หรือจะเลือกอิ่มเอมใจไปกับการนั่งวิปัสสนา ไหว้พระ เพื่อความเป็นสิริมงคล ซึ่งกิจกรรมทั้งหมดสามารถวางแผนเดินทางได้ด้วยตัวเองอย่างง่ายดาย
ไม่เพียงเท่านั้น ในประเทศไทยยังมีกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ส่องสัตว์ ดูนก เดินป่า กิจกรรมท่องเที่ยวเชิงประเพณีและวัฒนธรรม นั่งเรือล่องแม่น้ำลำคลอง กิจกรรมในค่ายทหาร และอื่นๆ อีกมากมายที่รอคอยให้คุณออกไปสัมผัสกับประสบการณ์ใหม่…ความสนุกมากมายเช่นนี้ ไม่ไปก็ไม่รู้จริงๆ
หากคุณเป็นคนชอบเล่นกีฬา มีกิจกรรมมากมายให้เลือก เช่น กอล์ฟ ซึ่งในเมืองไทยมีสนามกอล์ฟระดับโลกที่จัดการแข่งขันระดับนานาชาติรอพิสูจน์ ผีมือของคุณ
กิจกรรมผจญภัย เป็นอีกกิจกรรมที่ได้รับความนิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่ผู้รักความท้าทาย ต้องการความแปลกใหม่ และทดสอบแรงใจของตนเอง ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้จำเป็นต้องมีผู้ทักษะความรู้ในกิจกรรมนั้นๆ ดูแลและแนะนำในเบื้องต้น เช่น การปีนหน้าผาและการโรยตัวจากหน้าผาสูง การกระโดดร่มดิ่งพสุธา การยิงปืนบีบีกัน การดำน้ำลึก ฯลฯ
หากไม่ถนัดกับกิจกรรมผจญภัย คุณก็สามารถเลือกกิจกรรมที่ใช้ทักษะน้อยลงและปลอดภัยกว่า อย่างการพายเรือคายัค ซึ่งมีพื้นที่ให้เลือกไปท่องเที่ยวหลายแห่ง เช่น พายคายัคชมป่าชายเลนบ้านสลักคอก เกาะช้าง จังหวัดตราด หรือจะลองขับขี่รถ ATV ไปตามเส้นทางธรรมชาติ เช่น ที่อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ก็น่าสนุกไม่น้อย
แต่ถ้าคุณเป็นคนรักสุขภาพกาย สุขภาพใจ และรักสวยรักงาม กิจกรรมที่ไม่ควรพลาดคือการทำสปา ขัดผิว แล้วต่อด้วยคอร์สโยคะ จากนั้นไปเรียนทำเครื่องดื่มและปรุงอาหารไทยจากสมุนไพรเพื่อสุขภาพ หรือจะเลือกอิ่มเอมใจไปกับการนั่งวิปัสสนา ไหว้พระ เพื่อความเป็นสิริมงคล ซึ่งกิจกรรมทั้งหมดสามารถวางแผนเดินทางได้ด้วยตัวเองอย่างง่ายดาย
ไม่เพียงเท่านั้น ในประเทศไทยยังมีกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ส่องสัตว์ ดูนก เดินป่า กิจกรรมท่องเที่ยวเชิงประเพณีและวัฒนธรรม นั่งเรือล่องแม่น้ำลำคลอง กิจกรรมในค่ายทหาร และอื่นๆ อีกมากมายที่รอคอยให้คุณออกไปสัมผัสกับประสบการณ์ใหม่…ความสนุกมากมายเช่นนี้ ไม่ไปก็ไม่รู้จริงๆ
กิจกรรมและงานประเพณีของไทย
นอกจากแหล่งท่องเที่ยวสวยงามที่มีความหลากหลาย ทั้งแหล่งธรรมชาติ ดินแดนประวัติศาสตร์ และพื้นที่สำหรับกระตุ้นต่อมอะดรีนาลีนกับสารพันกิจกรรมสุดท้าทายแล้ว เมืองไทยยังมีเทศกาลและงานประเพณีหมุนเวียนมาให้ได้สนุกสนานตื่นตาตื่นใจกันตลอดปี ความอลังการและสีสันของเทศกาลงานประเพณีของไทยสะท้อนภาพความสมบูรณ์ วิถีวัฒนธรรม และการก้าวตามความเจริญของโลกได้อย่างน่าภาคภูมิ ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลศิลปวัฒนธรรม ประเพณีพื้นบ้าน ศิลปะสมัยใหม่ สีสันไม้ดอกไม้ประดับ ขบวนบุปผชาติ มหกรรมอาหารรสเลิศ การแข่งขันกีฬาระดับชาติ เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ สัปดาห์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหกรรมสินค้าราคาสุดคุ้ม เทศกาลเที่ยวไทยในฤดูกาลต่างๆ ฯลฯ ซึ่งทั้งหมดนั้นล้วนรวบรวมของดีในเมืองไทยมาไว้ในงานเดียวได้อย่างน่าทึ่ง สมกับสโลแกน Amazing Thailand ที่ดังกระฉ่อนไปทั่วโลกเลยทีเดียว
วันพฤหัสบดีที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2553
การคลายเครียดด้วยตนเอง
การคลายเครียดในภาวะปกติ เป็นวิธีการ คลายเครียดที่คนทั่วไปนิยมปฏิบัติ โดยมักเลือกปฏิบัติในวิธีที่เคยชิน ถนัด หรือชอบ และสนใจ ทั้งนี้เพียงเพื่อให้ความเครียดลดลง รู้สึกสบายใจมากขึ้น เช่น
1. | หยุด พักการทำงาน หรือกิจกรรมที่กำลังทำอยู่นั้นชั่วคราว ลุกขึ้นไปดื่มน้ำ เข้าห้องน้ำ ยืนยืดเส้นยืดสาย สะบัดแขนขา สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก็จะทำให้รู้สึกผ่อนคลายขึ้น | |||||||||||||||||||
2. | ทำ งานอดิเรกที่สนใจหรือถนัดและชื่นชอบ จะทำให้เกิดความรู้สึกเพลิดเพลิน สนุกหรือมีความสุข ลืมความเครียดที่มีอยู่ไปขณะหนึ่ง ทำให้ไม่หมกมุ่นกับปัญหาที่ทำให้รู้สึกเครียดได้ งานอดิเรกมีหลายประเภท เช่น | |||||||||||||||||||
| ||||||||||||||||||||
3. | เล่น กีฬาหรือบริหารร่างกาย ซึ่งสามารถทำได้หลายวิธี เช่น การเดิน วิ่ง ขี่จักรยาน ว่ายน้ำ เตะตะกร้อ เล่นเทนนิส แบดมินตัน เตะฟุตบอล โดยเลือกเล่นกีฬาที่ชอบหรือถนัด | |||||||||||||||||||
4. | พบปะ สังสรรค์กับเพื่อนที่ไว้วางใจ ทำกิจกรรมสร้างสรรค์ร่วมกัน เช่น การรวมกลุ่มพูดคุยเรื่องที่สนุกสนาน อยู่ใกล้ชิดกับเพื่อนที่อารมณ์ดี สร้างอารมณ์ขันให้กับตนเอง เพื่อให้เกิดความรู้สึกเพลิดเพลินและผ่อนคลาย | |||||||||||||||||||
5. | พัก ผ่อนให้เพียงพอ คนที่เครียดมักจะมีอาการนอนไม่หลับ หลับยาก หรือหลับแล้วตื่นกลางดึก ฝันร้าย ทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย การที่จะทำให้กลางคืนมีการนอนหลับที่ดีนั้น สิ่งสำคัญคือ ควรหลีกเลี่ยงการนอนกลางวัน และอย่ากังวลว่าจะนอนไม่หลับ ให้เข้านอนเป็นเวลา และหากไม่ง่วงนอน ก็ให้หากิจกรรมบางอย่างทำไปก่อน เช่น อ่านหนังสือ เขียนหนังสือ ฟังวิทยุ เป็นต้น | |||||||||||||||||||
6. | ปรับ ปรุงสิ่งแวดล้อมในที่ทำงานหรือที่บ้านให้เหมาะสม เช่น จัดเก็บข้าวของให้เป็นระเบียบ ทำความสะอาดบ้านและที่ทำงานให้ดูดีขึ้น ซึ่งหากสิ่งแวดล้อมดูสะอาด เรียบร้อย และสวยงามน่าอยู่แล้วย่อมทำให้เกิดบรรยากาศที่ดีและช่วยลดความเครียดลงได้ | |||||||||||||||||||
7. | เปลี่ยน บรรยากาศชั่วคราว ในบางครั้งที่เราอาจคร่ำเคร่ง หรือเคร่งเครียดกับการทำงาน หรือกิจกรรมบางอย่างมาก ๆ อาจทำให้เกิดความรู้สึกเบื่อหน่าย ซ้ำซาก จำเจเกินไป จนทำให้ไม่มีความสุข ดังนั้นการเปลี่ยนบรรยากาศชั่วคราวด้วยการชักชวนคนในครอบครัวหรือเพื่อนฝูง ออกไปท่องเที่ยวชมธรรมชาติ หลีกหนีบรรยากาศที่จำเจไปชั่วคราว หยุดงานชั่วขณะ หยุดพักผ่อนบ้าง เดินทางไปสถานที่ที่ทำให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลาย และเพลิดเพลินสักระยะหนึ่ง จะทำให้ความตึง สิ่งสำคัญที่ควรระลึกถึง คือ การหลีกเลี่ยงการกระทำที่จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่น การดื่มสุรา สูบบุหรี่ เล่นการพนัน เที่ยวกลางคืน กินของจุกจิก หรือใช้ยาเสพติด เพราะนอกจากจะทำลายสุขภาพแล้ว ยังอาจทำให้มีปัญหาอื่นๆ ตามมามากมาย เช่น เสียทรัพย์สินเงินทอง เกิดความขัดแย้งไม่เข้าใจกับคนในครอบครัว เป็นต้น เครียดลดลง และพร้อมที่จะลุยงานต่อไปได้ใหม่ |
ขำก๊าก.....อิอิ
สัตว์อะไรที่เธอชอบ
คุณครูคุยกับเด็กนักเรียนอนุบาล 1 ระหว่างคอยผู้ปกครองมารับกลับบ้าน
"ที่บ้านหนูเลี้ยงสัตว์อะไรบ้างคะ" คุณครูถาม
"มีหมาแค่ตัวเดียวค่ะ แต่ข้างบ้านเขาเลี้ยงตั้งหลายอย่างค่ะ มีนก แมว ชะนีก็มีค่ะ" หนูน้อยเล่า
"แล้วหนูชอบอะไรมากที่สุดคะ"
"ชอบนกกับปลาสวยๆ คะ"
"เหรอคะ แล้วคุณพ่อคุณแม่ละคะชอบอะไร" ครูถามต่อ
"คุณพ่อชอบอ่านหนังสือ ไม่ชอบสัตว์อะไรซักอย่าง.." หนูน้อยส่ายหน้าเมื่อพูดถึงคุณพ่อ
"ส่วนคุณแม่.. เห็นคุณพ่อพูดอยู่เรื่อยเลยว่าคุณแม่ชอบแรดค่ะ.."
นักเดินทาง 3 คน
นักเดินทาง 3 คน หลงป่าไปเจอเผ่ากินคน วันนั้นเป็นวันเกิดของหัวหน้าเผ่า ท่านหัวหน้าจึงคิดจะทำบุญ จึงสั่งว่า
"วันนี้เป็นวันเกิดของข้า ข้าจะไว้ชีวิตเจ้า แต่พวกเจ้าต้องเข้าป่าไปเก็บผลไม้คนละ 10 ผล
ต้องเป็นชนิดเดียวกันใน 10 ผลนั้น ไปได้"
ทั้ง 3 คนรีบเข้าป่าไปทันที สักครู่ คนแรกก็กลับมาพร้อมกับ
มะม่วง 10 ผล หัวหน้าเผ่าสั่งว่า "เจ้าจงนำผลไม้นั้นยัดไปในก้นของเจ้าทีละลูกให้ครบ โดยห้ามทำหน้าตา ใดๆทั้งสิ้น มิฉะนั้น จะถูกฆ่าทิ้ง"
ว่าแล้ว ชายหนุ่มก็ทำตามทันที แต่พอถึงลูกที่ 2 ก็เผลอทำหน้าเหยเกออกมา จึงถูกฆ่า
ต่อมา ชายคนที่ 2 ก็กลับมาพร้อมเชอร์รี่ 10 ผล รายนี้ถูกสั่งให้ทำแบบเดียวกันก็รีบทำตามทันที
แต่เมื่อถึงลูกที่ 9 ก็เผลอปล่อยก๊ากออกมา จึงถูกฆ่าเช่นกัน
บนสวรรค์ ชายคนแรกถามอีกคนว่า
"แกหัวเราะออกมาทำไมวะ ทั้งๆที่ยัดลูกที่ 9 แล้วเชียว" ชายคนที่ 2 ตอบว่า
"ช่วยไม่ได้นี่หว่า ก็ตอนยัดลูกที่ 9 น่ะ
ข้าเห็นพวกเราอีกคน อุ้มทุเรียนตั้ง 10 ลูกกลับมา !"
คุณครูคุยกับเด็กนักเรียนอนุบาล 1 ระหว่างคอยผู้ปกครองมารับกลับบ้าน
"ที่บ้านหนูเลี้ยงสัตว์อะไรบ้างคะ" คุณครูถาม
"มีหมาแค่ตัวเดียวค่ะ แต่ข้างบ้านเขาเลี้ยงตั้งหลายอย่างค่ะ มีนก แมว ชะนีก็มีค่ะ" หนูน้อยเล่า
"แล้วหนูชอบอะไรมากที่สุดคะ"
"ชอบนกกับปลาสวยๆ คะ"
"เหรอคะ แล้วคุณพ่อคุณแม่ละคะชอบอะไร" ครูถามต่อ
"คุณพ่อชอบอ่านหนังสือ ไม่ชอบสัตว์อะไรซักอย่าง.." หนูน้อยส่ายหน้าเมื่อพูดถึงคุณพ่อ
"ส่วนคุณแม่.. เห็นคุณพ่อพูดอยู่เรื่อยเลยว่าคุณแม่ชอบแรดค่ะ.."
นักเดินทาง 3 คน
นักเดินทาง 3 คน หลงป่าไปเจอเผ่ากินคน วันนั้นเป็นวันเกิดของหัวหน้าเผ่า ท่านหัวหน้าจึงคิดจะทำบุญ จึงสั่งว่า
"วันนี้เป็นวันเกิดของข้า ข้าจะไว้ชีวิตเจ้า แต่พวกเจ้าต้องเข้าป่าไปเก็บผลไม้คนละ 10 ผล
ต้องเป็นชนิดเดียวกันใน 10 ผลนั้น ไปได้"
ทั้ง 3 คนรีบเข้าป่าไปทันที สักครู่ คนแรกก็กลับมาพร้อมกับ
มะม่วง 10 ผล หัวหน้าเผ่าสั่งว่า "เจ้าจงนำผลไม้นั้นยัดไปในก้นของเจ้าทีละลูกให้ครบ โดยห้ามทำหน้าตา ใดๆทั้งสิ้น มิฉะนั้น จะถูกฆ่าทิ้ง"
ว่าแล้ว ชายหนุ่มก็ทำตามทันที แต่พอถึงลูกที่ 2 ก็เผลอทำหน้าเหยเกออกมา จึงถูกฆ่า
ต่อมา ชายคนที่ 2 ก็กลับมาพร้อมเชอร์รี่ 10 ผล รายนี้ถูกสั่งให้ทำแบบเดียวกันก็รีบทำตามทันที
แต่เมื่อถึงลูกที่ 9 ก็เผลอปล่อยก๊ากออกมา จึงถูกฆ่าเช่นกัน
บนสวรรค์ ชายคนแรกถามอีกคนว่า
"แกหัวเราะออกมาทำไมวะ ทั้งๆที่ยัดลูกที่ 9 แล้วเชียว" ชายคนที่ 2 ตอบว่า
"ช่วยไม่ได้นี่หว่า ก็ตอนยัดลูกที่ 9 น่ะ
ข้าเห็นพวกเราอีกคน อุ้มทุเรียนตั้ง 10 ลูกกลับมา !"
พระคุณของแม่ผู้ให้กำเนิด
ในฐานะที่เป็นชาวพุทธ คนไทยได้รับการอบรมให้มีความกตัญญูกตเวทิตาต่อผู้มีพระคุณ โดยเฉพาะแม่ผู้ให้กำเนิด เพราะคำว่า แม่ เป็นคำที่ไพเราะ ซาบซึ่ง เมื่อพูดถึงลูกทุกคนมักหวนระลึกถึงพระคุณของแม่ที่มีต่อตนอย่างมากมาย ยากที่จะหาโอกาสตอบแทนพระคุณของท่านให้หมดสิ้นได้... พระพุทธเจ้าทรงยกย่องผู้ที่เป็นพ่อแม่ว่า " เป็นพระพรหม เป็นบูรพาจารย์ และเป็นอาหุเนยยบุคคล เพราะท่านเหล่านั้นเป็นผู้มีอุปการะมาก บำรุงเลี้ยงดู และแสดงโลกนี้แก่บุตรทั้งหลาย " ...พระคุณของแม่ที่เด่นชัด ตามคำสอนในพระพุทธศาสนาท่านพรรณนาไว้ ๔ ประการ
1. แม่เป็นพระพรหมของลูก คือ แม่มีคุณธรรมเหมือนกับพระพรหมอยู่ ๔ ประการ คือ เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา ซึ่งเรียกว่า พรหมวิหารธรรม แปลว่า ธรรมเป็นเครื่องอยู่ของพระพรหม เพราะพระพรหมผู้สถิตอยู่บนชั้นพรหมโลกนั้นท่านมีคุณธรรมต่อสัตว์โลกเหมือน กันหมด แม่ก็เช่นเดียวกัน คือ มีพรหมวิหารธรรมทั้ง ๔ ประการนี้ต่อลูกทุกคน มีเมตตา ปราถนาให้ลูกทุกคนมีความสุข ความเจริญ มีกรุณา สงสาร ต้องการจะให้ลูกผู้มีความทุกข์พ้นจากความทุกข์ มีมุทิตา แสดงความยินดีด้วยความจริงใจเมื่อลูกของตนได้ดีมีสุข และมีอุเบกขาการวางเฉย ไม่ขวนขวายกังวล ในเมื่อทราบว่าลูกของตนเติบใหญ่ มีงานทำเลี้ยงตัวได้ หรือมีครอบครัวเป็นหลักเป็นฐานแล้ว
2. แม่เป็นเทพองค์แรกของลูก เพราะแม่เป็นผู้ มีอุปาระก่อนกว่าเทพเหล่าอื่น ... เทพมี ๓ ประเภท คือ อุปปัตติเทพ ได้แก่ พวกที่เกิดเป็นเทดาโดยกำเนิด สมมติเทพ ได้แก่ พระมหากษัตริย์ วิสุทธิเทพ ได้แก่ พระอรหันต์สาวก แม่ พระพุทธองค์ตรัสว่า เป็นวิสุทะเทพ เพราะท่านไม่คำนึงถึงความผิดที่ลูกกระทำผิดต่อท่าน แม่ให้อภัยเสมอ และหวังความสุข ความเจริญแก่ลูกอย่างเดียว เหมือนวิสุทธิเทพ คือ พระอรหันต์ไม่คำนึงถึงความผิดที่พวกคนพาลประพฤติผิดในท่าน หวังความเจริญแก่พวกเขาอย่างเดียว
3. แม่คือครูคนแรกของลูก สอนให้ลูกรู้สิ่ง ต่าง ๆ ตั้งแต่ยังเป็นเด็กเล็ก ๆ นอนแบเบาะให้รู้จักสัมผัสนิ้วมือของแม่ ให้รู้จักได้ยินเสียงเป็นเบื้องต้น และเมื่อเติบโตขึ้นมายังสอนว่า สิ่งนี้ควรทำ สิ่งนี้ไม่ควรทำ ให้ถูกต้องตามระเบียบแบบแผน ต่อมาอาจารย์อื่น ๆ จึงสอนหรือให้การศึกษาตามลำดับ
4. แม่เป็นบุคคลที่ลูกควรนำของมาบูชา เพราะท่านเป็นผู้มี อุปการคุณก่อน ต่อลูกทุกคน ...ตามหลักของพระพุทธศาสนานั้น พระอริยบุคคล จัดเป็นบุคคลที่ชาวโลกควรนำของมาบูชาเพราะท่านเป็นผู้มีคุณธรรมสูง สิ่งของที่บูชาหรือให้แก่พระอริยบุคคลจึงมีผลมาก เมื่อแม่มีคุณสมบัติเป็นดังพระอรหันต์อยู่ในบ้านใกล้ตัวเราเช่นนี้ ถ้าลูกต้องการที่จะได้บุญมาก ก็ควรบำรุงท่านให้มีความสุขกายสุขใจ โดยการไปหาท่าน ไปให้กำลังใจท่าน ไปกราบท่านบ้าง ให้สบายใจเถิด
1. แม่เป็นพระพรหมของลูก คือ แม่มีคุณธรรมเหมือนกับพระพรหมอยู่ ๔ ประการ คือ เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา ซึ่งเรียกว่า พรหมวิหารธรรม แปลว่า ธรรมเป็นเครื่องอยู่ของพระพรหม เพราะพระพรหมผู้สถิตอยู่บนชั้นพรหมโลกนั้นท่านมีคุณธรรมต่อสัตว์โลกเหมือน กันหมด แม่ก็เช่นเดียวกัน คือ มีพรหมวิหารธรรมทั้ง ๔ ประการนี้ต่อลูกทุกคน มีเมตตา ปราถนาให้ลูกทุกคนมีความสุข ความเจริญ มีกรุณา สงสาร ต้องการจะให้ลูกผู้มีความทุกข์พ้นจากความทุกข์ มีมุทิตา แสดงความยินดีด้วยความจริงใจเมื่อลูกของตนได้ดีมีสุข และมีอุเบกขาการวางเฉย ไม่ขวนขวายกังวล ในเมื่อทราบว่าลูกของตนเติบใหญ่ มีงานทำเลี้ยงตัวได้ หรือมีครอบครัวเป็นหลักเป็นฐานแล้ว
2. แม่เป็นเทพองค์แรกของลูก เพราะแม่เป็นผู้ มีอุปาระก่อนกว่าเทพเหล่าอื่น ... เทพมี ๓ ประเภท คือ อุปปัตติเทพ ได้แก่ พวกที่เกิดเป็นเทดาโดยกำเนิด สมมติเทพ ได้แก่ พระมหากษัตริย์ วิสุทธิเทพ ได้แก่ พระอรหันต์สาวก แม่ พระพุทธองค์ตรัสว่า เป็นวิสุทะเทพ เพราะท่านไม่คำนึงถึงความผิดที่ลูกกระทำผิดต่อท่าน แม่ให้อภัยเสมอ และหวังความสุข ความเจริญแก่ลูกอย่างเดียว เหมือนวิสุทธิเทพ คือ พระอรหันต์ไม่คำนึงถึงความผิดที่พวกคนพาลประพฤติผิดในท่าน หวังความเจริญแก่พวกเขาอย่างเดียว
3. แม่คือครูคนแรกของลูก สอนให้ลูกรู้สิ่ง ต่าง ๆ ตั้งแต่ยังเป็นเด็กเล็ก ๆ นอนแบเบาะให้รู้จักสัมผัสนิ้วมือของแม่ ให้รู้จักได้ยินเสียงเป็นเบื้องต้น และเมื่อเติบโตขึ้นมายังสอนว่า สิ่งนี้ควรทำ สิ่งนี้ไม่ควรทำ ให้ถูกต้องตามระเบียบแบบแผน ต่อมาอาจารย์อื่น ๆ จึงสอนหรือให้การศึกษาตามลำดับ
4. แม่เป็นบุคคลที่ลูกควรนำของมาบูชา เพราะท่านเป็นผู้มี อุปการคุณก่อน ต่อลูกทุกคน ...ตามหลักของพระพุทธศาสนานั้น พระอริยบุคคล จัดเป็นบุคคลที่ชาวโลกควรนำของมาบูชาเพราะท่านเป็นผู้มีคุณธรรมสูง สิ่งของที่บูชาหรือให้แก่พระอริยบุคคลจึงมีผลมาก เมื่อแม่มีคุณสมบัติเป็นดังพระอรหันต์อยู่ในบ้านใกล้ตัวเราเช่นนี้ ถ้าลูกต้องการที่จะได้บุญมาก ก็ควรบำรุงท่านให้มีความสุขกายสุขใจ โดยการไปหาท่าน ไปให้กำลังใจท่าน ไปกราบท่านบ้าง ให้สบายใจเถิด
... พระคุณของแม่ที่ได้กล่าวมาแล้วนี้ ปรากฏเป็นที่ชัดเจนแล้วต่อลูกทุกคน เว้นเสียแต่ว่าลูก ๆ บางคนยังคิดน้อยเนื้อต่ำใจอะไรบางอย่างที่ตนไม่เข้าใจ และนี่เป็นการยืนยันว่า คำสอนทางพุทธศาสนาได้เน้นถึงพระคุณของแม่ไว้ เมื่อลูกรู้ว่าแม่มีพระคุณมากอย่างนี้ ก็ควรแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อท่าน โดยสามารถทำได้ในขณะที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ด้วยการช่วยเหลือ เกื้อกูล เลี้ยงดูเป็นอย่างดี และเชื่อฟังคำสั่งสอนของท่าน อีกทั้งยังชักนำให้แม่ไม่มีศรัทธา ...ให้มีศรัทธาในทาน ศีล ภาวนา หรือ เมื่อท่านมีศรัทธาในทาน ศีล ภาวนา อยู่แล้ว ต้องเพิ่มพูนศรัทธาให้มากขึ้น จะทำให้แม่มีความสุขใจ ภูมิใจในลูกของตน อีกทั้งยังได้ชื่อว่าเป็นการรักษาวัฒนธรรมอันดีงามประจำชาติอันเป็น สัญลักษณ์ที่สำคัญประการหนึ่งของไทยเรา...
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
